เลือก เครื่องพิมพ์วันที่ข้างกล่อง อย่างไร? ให้เหมาะกับการใช้งาน

เครื่องพิมพ์วันที่ข้างกล่อง เลือกอย่างไรดี? ถึงจะเหมาะกับการใช้งาน

ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการผลิต ได้นำเทคโนโลยีการทำเครื่องหมายบนผลิตภัณฑ์ เข้ามาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เพื่อระบุเครื่องหมายผลิตภัณฑ์ วันที่ผลิต วันหมดอายุ และรหัสสินค้า ผู้ประกอบการแต่ละราย จะมีการเลือกใช้งานเทคโนโลยีนี้แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจนั้นๆ โดยส่วนใหญ่ธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ จะนิยมทำเครื่องหมายเหล่านี้ลงบนกล่องบรรจุภัณฑ์ โดยอาศัยเทคโนโลยีเครื่องจักรกล ที่เรียกว่า "เครื่องพิมพ์วันที่ข้างกล่อง" นั่นเอง

เครื่องพิมพ์วันที่ข้างกล่อง จะแบ่งออกได้หลายกลุ่ม แต่ก่อนจะไปดูเครื่องพิมพ์แต่ละกลุ่มนั้น เราจะมาทำความรู้จักกับประเภทของกล่องกันก่อน ว่ากล่องแต่ละประเภท มีชนิดไหนบ้าง และเหมาะกับการใช้งานรูปแบบใด เพื่อที่จะได้เลือกกล่องให้เข้ากับกลุ่มของเครื่องพิมพ์ง่ายขึ้น

รู้จักกล่องประเภทต่างๆ

1. กล่องกระดาษลูกฟูก กล่องประเภทนี้ผลิตจากกระดาษลูกฟูก เหมาะสำหรับบรรจุสินค้าที่มีขนาดใหญ่หรือมีน้ำหนักมาก การใช้ในการขนส่ง โดยมีขนาดที่แตกต่างกันไป และมีหลากหลายชนิด ดังนี้

เลือกเครื่องพิมพ์กล่องอย่างไร? ให้เหมาะกับการใช้งาน

- กล่อง 4 ฝาชน ธรรมดา RSC (Regular Slotted Container) เป็นกล่องสี่เหลี่ยมมาตรฐานนิยมใช้กันทั่วไป ประหยัด คุ้มค่า เปิดฝาด้านบนและด้านล่างได้ โดยฝาชนชิดติดกัน นำมาใช้งานอุตสาหกรรม เช่น บรรจุคอมพิวเตอร์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, อาหารกระป๋อง และสินค้าอุปโภคบริโภค
- กล่องฝาเกย OSC (OverlapSlotted Container) เป็นกล่องกระดาษสี่เหลี่ยมที่เปิดได้ทั้งด้านบน และด้านล่างในลักษณะเกยกัน มีความแข็งแรง ป้องกันการกระแทกขณะขนย้าย ป้องกันการสูญหายของสินค้าได้ เหมาะสำหรับการบรรจุสินค้าที่มีน้ำหนักมาก มักนำมาใช้ในงานอุตสาหกรรม เช่น บรรจุ เฟอร์นิเจอร์, เสื้อเชิ๊ต, หลอดไฟฟ้า หรือไม้แปรรูปต่างๆ
- กล่องฝาครอบ FTD (Full Telescope Design Style Box) เป็นกล่องสี่เหลี่ยม สวมกัน 2 กล่อง ตัวกล่องมีลักษณะเป็นถาด และมีฝาครอบกล่อง ใช้ในการบรรจุสินค้าให้เห็นได้ชัดเจน เมื่อเปิดกล่อง หรือต้องการระบายอากาศ ใช้ในงานอุตสาหกรรมเช่น บรรจุดอกไม้, เสื้อผ้า, เอกสารทั่วไป
- กล่องผลไม้ FTHS (Full Trlescope Half Slotted) เป็นกล่องสี่เหลี่ยม 2 ใบสวมกัน 2 ชั้น ใส่ของหนักได้ มีรูระบายความชื้น สามารถเจาะรูด้านข้างเพื่อขนย้าย กล่องประกอบง่าย ใช้ในอุตสาหกรรม บรรจุผลไม้
- กล่องไดคัท DIE-CUT เป็นกล่องที่ออกแบบละเอียดพิเศษ ตามความต้องการและลักษณะสินค้า มีความสวยงาม ทำตามรูปร่างสินค้าได้ เช่น กล่องไปรษณีย์, กล่องเอกสาร, กล่องบรรจุชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

เลือกเครื่องพิมพ์กล่องอย่างไร? ให้เหมาะกับการใช้งาน

2. กล่องออฟเซ็ทธรรมดา (Cardboard Box) เป็นกล่องที่ใช้กระดาษแข็งพับได้ เรียกว่ากระดาษการ์ด สามารถพิมพ์ได้ทั้งกระดาษแป้ง การะดาษอาร์ตมัน เหมาะสำหรับบรรจุสินค้าทั่วไปที่มีขนาดเล็กหรือมีน้ำหนักเบา เช่น กล่องขนม, กล่องยา, กล่องเครื่องสำอาง เป็นต้น

เลือกเครื่องพิมพ์กล่องอย่างไร? ให้เหมาะกับการใช้งาน

3. กล่องออฟเซ็ทประกบลูกฟูก (Litho-laminated corrugated boxes) เป็นกล่องที่พิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ท ต้องการความสวยงาม ใช้กระดาษกล่องแป้ง หรือกระดาษอาร์ตมัน ไปประกบลงบนกระดาษลูกฟูก เหมาะสำหรับสินค้าตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ หรือสินค้าที่มีน้ำหนักพอสมควร พิมพ์กราฟฟิคที่มีความละเอียดสูงได้ เหมาะกับงานอุตสาหกรรม เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, เครื่องครัว, อะไหล่รถยนต์, กล่องรองเท้า เป็นต้น

จากประเภทกล่องดังกล่าว สามารถนำมาผลิตกับเครื่องพิมพ์วันที่ วันหมดอายุ รหัสสินค้า บาร์โค้ดสินค้า โลโก้หรือรูปกราฟฟิกต่างๆได้ แต่กล่องที่นิยมนำมาใช้ในการพิมพ์มากที่สุด จะเป็นกล่องกระดาษลูกฟูกซะส่วนใหญ่ เราจะมาดูกันว่า กลุ่มของเครื่องพิมพ์วันที่ ที่เหมาะสมกับการพิมพ์ลงบนกล่อง มีรูปแบบไหนกันบ้าง เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกใช้งาน

เลือกเครื่องพิมพ์กล่องอย่างไร ให้เหมาะกับการใช้งาน

เลือกเครื่องพิมพ์วันที่ข้างกล่อง ให้ตอบโจทย์การใช้งาน 

ในที่นี้ เราจะกล่าวถึงเครื่องพิมพ์วันที่ข้างกล่อง ที่นำมาใช้งานอุตสาหกรรมโดยตรง โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

เลือกเครื่องพิมพ์กล่องอย่างไร? ให้เหมาะกับการใช้งาน

1.เครื่องพิมพ์ Large Character Marking หรือ เครื่องพิมพ์ DOD  เป็นเครื่องพิมพ์แบบต่อเนื่องอัตโนมัติ เหมาะแก่การพิมพ์ตัวอักษรขนาดใหญ่บนกล่องกระดาษลูกฟูก ทั้งวันที่ รหัสสินค้า บาร์โค้ด ข้อมูลผลิตภัณฑ์ หรือรูปกราฟฟิก รองรับการเชื่อมต่อหลายหัวพิมพ์ และพิมพ์ได้มากเกินหนึ่งบรรทัด รวมถึงยังสามารถพิมพ์ภาษาต่างประเทศได้ด้วย ในตลาดอุตสาหกรรมเครื่องพิมพ์ มักออกแบบเครื่องนี้ แบบกะทัดรัดและใช้งานง่าย ทำให้เขียนโค้ดได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

เลือกเครื่องพิมพ์กล่องอย่างไร? ให้เหมาะกับการใช้งาน

2.เครื่องพิมพ์ High Resolution Inkjet หรือ เครื่องพิมพ์ Hi-res เป็นเครื่องพิมพ์วันที่ข้างกล่อง แบบต่อเนื่องอัตโนมัติ สำหรับตัวอักษร กราฟฟิก บาร์โค้ดสินค้า และโลโก้ต่างๆ ที่ใช้ความละเอียดสูง สามารถพิมพ์วันที่ผลิต และรหัสสินค้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบล้างหัวพิมพ์อัตโนมัติก่อนพิมพ์ และเชื่อมต่อสาย LAN อินเตอร์เน็ตมายังเครื่องพิมพ์ได้ คุณภาพการพิมพ์ต่อเนื่องดี หมึกอิงค์เจ๊ทมีหลายสี ให้ภาพที่คมชัดสมบูรณ์ เครื่องทำงานรวดเร็ว ปรับตามความเหมาะสมกับแต่ละงานได้ งานออกมาได้มาตรฐานเหมาะกับงานพิมพ์กล่องคุณภาพสูงและปานกลาง สามารถรับข้อมูลผ่าน USB ได้

เลือกเครื่องพิมพ์กล่องอย่างไร? ให้เหมาะกับการใช้งาน

3. เครื่องพิมพ์ Thermal Inkjet หรือ เครื่องพิมพ์ TIJ เป็นเครื่องพิมพ์ที่มีคุณภาพการพิมพ์สูง โดยที่ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก กะทัดรัด ทำงานได้อย่างรวดเร็ว พิมพ์ได้ทั้งตัวอักษร ตัวเลขบาร์โค้ดสินค้า เหมาะแก่การพิมพ์ข้อมูลข้างกล่อง ให้ความคมชัด ละเอียดสูงถึง 600 dpi มีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ควบคุมง่าย พร้อมระบบป้องกันการผิดพลาดจากโค้ด รองรับ TCP / IP, RS232, USB และ ZPL

เลือกเครื่องพิมพ์กล่องอย่างไร ให้เหมาะกับการใช้งาน

จะเห็นได้ว่าการทำงานของกลุ่มเครื่องพิมพ์วันที่ข้างกล่อง ทั้ง 3 ประเภทนี้จะมีการทำงานที่คล้ายกัน แต่ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างกัน ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้มีให้เลือกหลายรุ่น บางชนิดสามารถพิมพ์บาร์โค้ดได้ โดยการสร้างบาร์โค้ด หรือ รองรับข้อมูลจาก USB บางเครื่องสามารถพิมพ์ได้ทั้งบาร์โค้ด และ Logo ถ้าจะเลือกให้ดี คงต้องเลือกตามความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ที่ผลิต ซึ่งเครื่องพิมพ์วันที่ข้างกล่องแต่ละรุ่น สามารถใช้กับกล่องได้แทบทุกชนิด นับว่าเครื่องพิมพ์วันที่ข้างกล่อง มีความจำเป็นอย่างมากในอุตสาหกรรม ช่วยให้งานพิมพ์กล่องมีความรวดเร็ว และยังประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายลงอีกด้วย

หากผู้ประกอบธุรกิจต้องการพิมพ์วันที่ผลิต วันหมดอายุ รหัสสินค้า บาร์โค้ดสินค้า และรูปภาพต่างๆลงบนกล่องตามชนิดที่เลือก จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อมี "เครื่องพิมพ์วันที่ข้างกล่อง" ที่ทรงประสิทธิภาพนี้ มาเป็นตัวช่วยสำคัญในการผลิต ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ หรือ ติดต่อสอบถามข้อมูล โทร 02-892-1600 , 02-451-1330